จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่อง แปล ชวนคิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่อง แปล ชวนคิด แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ผู้อพยพกุญแจสำคัญสู่เศรษฐกิจเข้มแข็ง:เดิมพันของยุโรป

        กำเนิดชาติสหรัฐอเมริกามาจากผู้อพยพ ยุโรปใหม่จำต้องดำเนินตามบ้าง เมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี้กลายเป็นหนึ่งของหลายประเทศที่หล่อรวมจากหลายวัฒนธรรม การสร้างสหพันธ์ยุโรป(European Union)ได้สร้างกุศลกรรมความเจริญแห่งโลกาภิวัตรที่น่าชื่นชม ในกรณีที่ 28 ชาติมารวมกันเป็นหนึ่งระบบเศรษฐกิจการเมือง ขณะที่ภาวะวิกฤติหนี้สินของยุโรปกำลังจะเผชิญรออยู่ในอนาคตข้างหน้ามันยังไม่ได้ถูกพิพากษาชี้ชะตา ปัจจุบันด้วยผู้อพยพจำนวนมากยุโรปปะหน้ากับวิกฤติที่หนักกว่าดัวยการที่ต้องพัวพันเกี่ยวข้องกันทั่วหน้าถึงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม   
         การตัดสินใจชองเยอร์มันนีอย่างท้าทายที่รับผู้อพยพหลายแสนคนเป็นเรื่องใหญ่โตแต่ก็สามารถให้ประโยชน์ด้วย ผลผลิตร่วมกับแรงงานเป็นหัวใจสำคัญของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อตัวเลขทั้งสองเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ประเทศเหล่านั้นก็ร่ำรวย ยุโรปได้ต่อสู้ดิ้นรนให้ประสบอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจแม้หนึ่งเปอร์เซนต์ต่อปีก็ยังไม่ได้ผลดี ทวีปนี้มีบางประเทศที่อัตราเกิดประชากรต่ำสุดในโลก  เยอร์มันนีที่ถือว่าเป็นจักรกลเศรษฐกิจของยุโรป ถูกพยากรณ์ว่าจำนวนประชากรจะหดตัวลงจาก 81.3 ล้านคนในปัจจุบันเหลือ70.8ล้านคนในปีค.ศ.2060 และถ้าไม่ตระหนักแนวโน้มนี้จะทำลายความมั่งคั่งของรัฐและการเจริญเติบโตเศรษฐกิจในอนาคต ชาติอื่นๆอย่างฝรั่งเศล สเปน ก็อยู่ในภาวะอึดอัดเช่นกัน มารดาในประเทศที่ร่ำรวยมักจะมีบุตรจำนวนน้อย ทางเดียวที่จะแก้ไขเรื่องสถิติประขากรนี้คือ การอพยพ 

         ความคิดที่ว่าการอพยพ สามารถจะให้คุณประโยชน์กับเศรษฐกิจ เป็นการท้าทายที่ร้อนแรงต่อนักการเมืองป๊อปปูล่าทั่วทวีปยุโรปพวกที่พยายามจะเพิ่มคะแนนนิยมการเลือกตั้งกลายเป็นพวกชาตินิยมมากยิ่งขึ้นในการปลุดวิกฤติการ์ณเศรษฐกิจนี้  นักการเมืองฝรั่งเศลชวาจัดอย่าง Marine Le Pen ได้วิพากษ์การกระทำของเยอร์มันในการให้ความช่วยเหลือผู้อพยพเข้าประเทศว่าเพื่อแสวงหาค่าแรงต่ำและสร้างทาสขึ้นมาจากผู้อพยพ 
         แต่สำหรับเยอร์มันนีประวัติศาสตร์ที่ยากลำบากที่ผ่านมาคือเหตุปัจจัยนำให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีนโยบายผู้อพยพเสรีมากสุดในโลก นาย Peter Wittig ท่านฑูตเยอร์มันนีประจำสหรัฐอเมริกาได้ให้ทัศนะในเรื่องนี้ว่า ”กฎหมายของเราก็เป็นมรดกผลผลวงจากนั้น “ นอกจากนี้ยังชักชวนและร้องขอให้ประเทศอื่นได้มีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือต่อผู้อพยพแม้นว่าข้อมูลมากมายชี้ให้เห็นว่าการอพยพทั่วโลกให้ผลในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ แต่การอพยพดูเหมือนให้ผลเชิงอารมณ์มากกว่าเหตุผล ภาพที่ถูกระบายโดยพวกที่ต่อต้านการอพยพย้ายถิ่น ได้แสดงให้เห็นว่าผู้อพยพแรงานไร้ฝีมือทำให้ค่าสวัสดิการสังคมเพิ่มทำให้ค่าแรงลดต่ำแต่ความจริงค่าสวัสดิการสังคมอาจพุ่งสูงในตอยแรก ระยะสั้น รัฐบาลเยอรมันต้องจัดงบเพื่อดูผู้อพยพเข้ามาและอื่นๆถึง6.7พันล้านเหรียญสหรัฐ มีการทำวิจัยถึงผลกระทบจากการอพยพต่อเศรษฐกิจทวีปยุโรปส่วนใหญ่ ผู้อพยพคิดเป็นสัดส่วนจำนวนน้อยนิดต่อประชากรส่วนใหญ่ของชาติยุโรป จากการศึกษาในสหรัฐและสหราชอังกฤษชี้ให้เห็นว่า ผู้อพยพไม่ได้ทำให้เกิดการตัดราคาค่าจ้างแรงงานในประเทศที่อาศัยเพราะพวกเขามักจะทำงานในระดับใต้พื้นฐานมากๆส่วนงานในระดับสูงยังคงเป็นของประชากรชาตินั้น ผู้อพยพเข้าอังกฤษมีโอกาสได้รับการศึกษาดีขึ้น สร้างผลผลิตได้มากขึ้นและพึ่งกับการบริการส่วนของรัฐบาลน้อยกว่าประชากรดั้งเดิมเสียอีก เด็นมาร์ก ได้เพิ่มสัดส่วนรับผู้อพยพที่ไม่ใช่ชาวยุโรปจากบอสเนีย อีรักและโซมาเลีย จาก1.5%ในปีค.ศ.1994ถึงเกือบ5%ในปีค.ศ.2008 ผลรายงานวิจัยข้อมูลจากมหาวิทยาลัยโคเป็นเฮเกนและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเมือปี2013 ว่าไม่มีผลกระทบกับอัตราค่าจ้างแรงงานกับประชากรเดิมของประเทศแต่อย่างไร ผู้รู้นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อกันว่าผู้อพยพที่กล้าเผชิญมีคุณค่าท่างเศรษฐศาสตร์ในตัวเองอยู่แล้วพวกเขาได้จดสิทธิบัตรโดยเฉลี่ยสูงขึ้นในหลายประเทศ ได้เริ่มก่อบริษัท ชึ้นที่มีความมั่งคั่งติดอันดับนิตยสารฟอร์จูน500ถึงร้อยละ 40นักวิชาการบางท่านกล่าวกันว่า ในศตวรรษที่19 หนึ่งในสามของประชากรจาก สวีเดน ไอร์แลนด์ อิตาลีอพยพไปอเมริกาและประเทศอื่นๆ ผู้อพยพก่อเกิดความเจริญรุดหน้าดูสหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่าง  แน่นอนมักมีการถกเถียงว่าผู้อพยพมายังยุโรปยากต่อการหล่อหลอมรวมกันทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ความผิดพลาดที่ปฎิบัติต่อผู้อพยพที่ผ่านมาได้แก่ การกักขังให้อยู่ในแคป์เป็นเวลานาน การไล่พวกเขาไปอยู่ในเขตแออัดเคหะสถานของรัฐนอกเมือง หรือการยากลำบากที่ทำให้เขาหรือเด็กเป็นพลเมืองของประเทศได้ พวกเขาเหล่านั้นไม่เพียงแต่ไม่สามารถพูดภาษาของเจ้าของประเทศได้ยังมีภาษาและตัวหนังสือที่แตกต่างกันด้วยนั้นเป็นเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต้องการให้ยุโรปมีข้อตกลงร่วมกันว่า เราจะจัดการผู้อพยพกันอย่างไร ที่ไหนที่พวกเขาควรจะไป ประเทศไหนจะเป็นบ้านที่พักและเลี้ยงดูเขา เอกสารชี้บ่งกำกับพวกเขาเป็นเช่นไร สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญให้ ประสิทธิภาพที่จะเปลื่ยนเขาเป็นประชาคมที่มีคุณค่าของประเทศ  อาจาร์ยนักวิจัยท่านหนึ่งกล่าวว่า ถ้าประเทศร่ำรวยทั่วโลกยอมรับผู้ผพยพได้อย่างเพียงพอที่ทำให้ขยายแรงงานขึ้น3%  โลกจะร่ำรวยมั่งคั่งขึ้นกว่า365พันล้านเหรียญสหรัฐ ไม่ใช่เพียงผลผลิตนวตกรรมเท่านั้นที่เกิดกับประเทศร่ำรวยแต่ ผู้อพยพจะส่งเงินกลับไปสู่มาตุภูมิเดิมของเขาด้วย

            สำหรับยุโรปดูเป็นการผูกมัดหมอบหมายภาระนี้อีกในการทดสอบความเมตตาการกุศลโลกาภิวัตร การแก้ไขปัญหานี้ ชาติต่างๆในยุโรปจำต้องรับและประสานกันได้กับชาติอื่นๆข้างนอกด้วย ประสพการ์ณทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ของสหภาพยุโรปได้ผ่านรวมกลายเป็นหนึ่งวัฒนธรรมมาแล้ว เยอร์มันนีอย่างน้อยแสดงความตั้งใจที่รับความท้าทายนี้ และถ้าวิกฤกติการ์ณนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เยอร์มันนีมีบทบาทเป็นผู้นำยุโรปในกิจกรรมในหลายๆด้านที่หวังว่ามีขึ้นและกระตุ้นชักนำให้ชาติที่มั่งคั่งอื่นเห็นว่าการอพยพเป็นการแก้ปัญหาวิกฤติการ์ณทางเศรษฐกิจของทวีป   ทั้งประเทศผู้อพยพและผู้อพยพจะต้องแสดงบทบาทสำคัญร่วมให้จริงจังออกมา
________________________________________________________________________________________

แปลและเรียบเรียงจาก Europe’s Gamble Migrants could be the key to a stronger economy : Time Magazine  October19,2015

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โฟคสวาเกนกับการลวงแสดงผลปลดปล่อยแก๊สเสียจากเครื่องยนต์ดีเซล

         

     เมื่อราวกลางเดือนกันยายน 2558  หน่วยงาน EPA (Environmental Protections Agency)ได้กล่าวประกาศต่อสาธารณชนว่า  บริษัทโฟคสวาเกนผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของเยอร์มันนี ได้ติดตั้งโปรแกรมชนิดหนึ่งในเครื่องรถยนต์ดีเซล โปรแกรมนี้ทำหน้าที่หลอกลวงแสดงผลการปล่อยแก๊สเสียของเครื่องยนต์หลังเผาไหม้ออกมา เป็นปริมาตรสารที่เป็นมลพิษต่ออากาศน้อยที่สุดเท่าที่หน่วยงาน EPA ควมคุมยอมรับและกำหนดไว้ ซึ่งที่จริงรถได้ปลดปล่อยสารที่เป็นมลพิษต่อสภาพแวดล้อมมากถึง10-40เท่ากว่าข้อกำหนดที่ยอมรับได้  ในตอนแรกนายMartin Winterkornผู้บริหารระดับสูงCEOของบริษัท ได้กล่าวแสดงความเสียใจแต่ก็ไม่สามารถตอบคำถามได้ทุกคำถาม เพียงแต่กล่าวว่า เรากำลังสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง  ส่วนนาย Michael Horn หัวหน้าโฟคสวาเกนในทวีปอเมริกา กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินการแก้ไชมาตลอด   สำหรับการเสียหายชดใช้ในครั้งนี้ ภายใต้กฎของ EPA   บริษัทโฟคสวาเกนต้องเสียค่าปรับ 37,500 เหรียญสหรัฐต่อคัน คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 18 พันล้านเหรียญสหรัฐ ฐานที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสหพันธ์อากาศสะอาด
วิธีการแสดงผลลวงของโฟคสวาเกน กระทำดังนี้
๑ติดตั้งอุปกรณ์วงจรอีเล็กโทรนิคเพื่อให้ทำงานเมื่อถึงเวลาทดสอบ ผลการปลดปล่อยแก๊สเสียจากเครื่องยนต์
๒.ในกรณที่มีการตรวจเช็ดทดสอบเกิดขึ้น เครื่องอุปกรณ์นี้จะคาดการ์ณรู้จากการวัดตัวแปรที่เข้าสู่การทำงาน เช่น ตำแหน่งเกียร์ ,ความเร็วรถ,ความกดอากาศจาก บารอนมิเตอร์
๓.เปลื่ยนแปลงการปลดปล่อยอากาศเสียจากเครื่องยนต์ อุปกรณ์จะเปลื่ยนโปรแกรมสั่งให้เครื่องยนต์ปลดปล่อยแก๊สเสียไปสู่การวัดสเกลที่เรียกว่า “dyno calibration” มีผลให้ปลดปล่อยอากาศเสียที่มีส่วนมลพิษอยู่ในข้อกำหนอที่ยอมรับได้ของ 
 ๔.กลับสู่สภาพเดิมเมื่อพ้นจากสภาวะการตรวจเช็ด รถจะกลับเข้าสู่สภาพเดิมโดยอัตโนมัติ  ระบบแสดงสเกลมาตรวัดบนท้องถนน ซึ่งเครื่องยนต์ปล่อยก๊าสของเสีย ไนโตรเจนอ๊อกไซค์มากถึง 40เท่าของค่าที่ EPA  กำหนดไว้




ผลเสียที่เกิดกับเยอร์มันนี  หลังจากผ่านช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่สองมาได้ 70กว่าปีแล้ว ที่ประชากรคนรุ่นใหม่ชาติเยอร์มันได้สร้างชาติและกอบกู้ภาพพจน์ที่เสียหายกลับมาสู่ชาติแห่งความเป็นผู้นำทางการเมืองและเศรษฐกิจ ที่เข็มแข้งในสหภาพยุโรปและโลก  ผลกระทบจากเรื่องอื้อฉาวนี้  เยอร์มันนีย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ประเทศต่างๆนอกจาก สหรัฐอเมริกาลัว อังกฤษ ฝรั่งเศล อิตาลี แคนนาดารวมถึงเกาหลีใต้ ต่างก็ประกาศออกมาว่าจะดำเนินการสอบสวนตรวจสอบขึ้น ประเทศเหล่านี้ได้มีส่วนในเรื่องอื้อฉาวในประเทศของตนอยู่แล้วด้วยมิติชองการเมือง  ไม่มีใครมือสะอาดหรอก  การรายงานนี้ที่เกิดกับเยอร์มันนีและหลายๆแห่งในยุโรปก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีช่องว่างระหว่างผลการทดลองในห้องแล๊ปปฏิบัติการ์ณกับโลกแห่งความเป็นจริงชองการปลดปล่อยแก๊สเสียออกมา ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเยอร์มันตั้งคำถามขึ้นมาว่า ยุติธรรมแล้วหรือที่ เรื่องนี้จะถูกรับรู้เพียงว่า เยอร์มันไม่ได้เล่นปฏิบัติตามกติกา
จาก Time Magazine ,october5-12,2015

_________________________________________