จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมชาตื แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมชาตื แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560

การค้นพบพันธ์พืชใหม่ในปีค.ศ.2016

              เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ.2017มีรายงานจาก Royal Garden London ว่าได้ค้นพบพรรณพืชใหม่ในปี ค.ศ.2016 ถึง1730 พันธุ์หรือสพีชี่(Species) จากหลายประเทศ สพีชี่เหล่านั้นสามารถนำมาเป็นพืชเพาะปลูกได้ นักพฤษศาสตร์ได้นำไปบรรจุลงในบันทึกแจกแจงพันธ์พืช Taxonomic Journals โดยปกติในแต่ละปีจะมีการค้นพบพรรณพืชใหม่ราว2,000ชนิด พรรณพืชเหล่านี้เป็นญาติที่ใกล้เคียงกับพืชที่สำคัญๆมีคุณค่าทางเศรษฐกิจและทางยาซึ่งน่าสนใจต่อนำมาศึกษาพัฒนาการเพาะปลูก มีการค้นพบจากถึ่นกำเนิดในเขตอุณหภูมิปานกลางอย่างแถบตรุกีและจีน,เวียตนาม,ภูฐาน,อิหร่าน,โบลิเวีย,แม๊กซิโก,แอฟาริกาใต้ ในเขตป่าร้อนชื้นของแอฟาริกาใต้และในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ พันธุ์พืชสพีชี่ใหม่เหล่านี้ให้ประโยชน์ในด้านต่างๆ

 เราอาจแบ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญคือ
พืชที่ใช้เป็นอาหารและเครื่องดื่ม  มีพืชพันธุ์หลายชนิดถูกค้นพบดังนี้
พบพันธุ์สพีชี่ของสกุล Manihot 11ชนิดในประเทศบราซิล ซึงเป็นสกุลพืชมันสำปะหลัง( Manihot esculanta) เท่ากับว่าได้เพิ่มขึ้นจำนวนสพีชี่ของสกุลนี้ถึง10%  เรารู้จักพืชนี้ในชื่อทั่วไปว่าCassava, Garri, Manioc  หรือTapicca ถือเป็นพืชสำคัญอันดับ3ของโลกรองลงมาจากข้าวโพคและข้าว หัวมันพันธุ์ใหม่ที่พบนี้สามารถปลอยทิ้งไว้ใต้ดินเมื่อใดที่ต้องการจะเก็บเกี่ยวได้ทุกโอกาสทั้งนี้ในหัวมีปริมาตรสารไซยาไนด์ Cyanide (เป็นสารทีพิษอยู่ในรากหัวใต้ดินและใบเมื่อยังดิบแต่ถ้ามาทำให้สุกแล้วสลายตัวไป.)ที่เป็นพิษต่อแมลงศัตรูพืช; ที่แอฟาริกาใต้ได้พบพันธุ์สพีชี่ใหม่มี7ชนิดของสกุล Aspalathus (ปัจจุบันต้นAspalathus linearisเป็นพืชเศรษฐกิจใช้ทำเครื่องดื่มที่เรารู้จักกันในชื่อทั่วไปว่า Rooibos Red bush, tea ดูรายละเอียดที่  https://en.wikipedia.org/wiki/Rooibos.)แต่6ใน 7ชนิดนี้กำลังจะสูญพันธุ์ 
;ในบราซิลได้พบพืชพันธุ์หนึ่งที่เป็นญาติใกล้เคียงสกุลของYam (Dioscorea)ใช้ประโยชน์เป็นอาหารเพราะมีแป้งมาก
(.พืชพันธุ์สกุลนี้มักมีสาร dioscin เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สเตียรอยด์ฮอร์โมนหลายชนิด.บ้านเราก็มีพืชในสกุลนี้คือ กลอย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=10) ;ที่ตรุกี พบพันธุหนึ่งในสกุลParsnip พวกหัวผักกาด,แครอท,(พันธุ์ที่สำคัญใช้เป็นอาหารและยาสมุนไพรคือ Pastinaca sativa... https://en.wikipedia.org/wiki/Parsnip)พบ, พันธุ์ใหม่ของสกุลขิง Zingiberก็มีการพบในแถบตะวันออกไกลพันธุ์หนึ่ง ;ค้นพบพันธุ์ของพวก Durio ทุเรียน จากเกาะบอร์เนียว;พันธุ์ใหม่พวกวนิลาVanillaจากบราซิล ,พันธุ์ใหม่ของพวก Angelica(ต้นไม้ที่ใช้ทำเครื่องหอม)จากตรุกี;สกุลSacharum พืชที่ใช้หีบทำน้ำตาลก็มีการพบพันธุ์ใหม่ซึ่งเกียวพันธ์เครือญาติกับพันธุ์เดิมที่ปลูกแถบหมู่เกาะโพลีนีเชีย พันธ์ใหม่นี้มีชื่อทางพฤษศาสตร์แล้วว่า Saccharun cultum
กลุ่มที่เป็นอาหารสัตว์เลี้ยงปศุสัตว์
พบหลายพันธุ์สพีชีร์ของสกุล Onobrychis ( พืชที่สำคัญชื่อเซนฟอย์น Sainfoins,มีชื่อทางพฤษศาสตร์ว่า Onobrychis sativa )นำมาใช้เลี้ยงสัตว์มานานแล้วเพื่อเพิ่มโปรตีนต่อพวกสัตว์เคี้ยวเอื้อง เนื่องจากพืชเหล่านี้มีส่วนประกอบที่ได้จากขบวนการเคมีสังเคราะห์แสงที่น่าสนใจและมีปริมาณสารพวกแทนนิน(tannins)สูงช่วยลดการเกิดปัญหาภาวะเรือนกระจก greenhouse effect จากสัตว์เคี้ยวเอื้องได้ เนื่องจากในลำไส้สัตว์เคี้ยวเอื้องที่เป็นอาหารของคนจะมีแบททีเรียที่สร้างก๊าสมีเทนMethaneตัวสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาภาวะเรือนกระจก การคัดเลือกประเภทอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงปศุสัตว์เป็นตัวจำกัดปริมาณก๊าสที่ปล่อยออกมาได้วิธีหนึ่ง  พืชชนิดที่น่าสนใจมีชื่อทางพศาสตร์ว่า  Onobrychis citrine พบตามแถบภูเขาหินปูนของประเทศกรืซ
กลุ่มที่นำมาทำยารักษาโรค
ค้นพบอีกหลายพันธุ์ ทั้งในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้,บอร์เนียว,นิวกีนีและเกาะลูซอล,แม็กซิโก,เอลกัวดอร์ โดยเฉพาะพบพืชที่มีคุณค่าทางการแพทย์ พันธุ์ใหม่ในสกุลMucuna ที่ปัจจุบันปลูกใช้ในวงการแพทย์เภสัชนำมาสกัดทำยารักษาโรคพาร์คินสัน Pakinson พืชพวกนี้มีสาร L-DOPAซึ่งเป็นสารตั้งต้นสังเคราะห์ Dopamineยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาอาการโรคพาร์คินสัน Pakinson (Pakinsonกําเนิดของโรคที่
แน่ชัดยังไม่ทราบแต่ทราบเบื้องต้นอาการของโรคเกิดจาก มีการลดลงของ dopamineซึ่งเป็นสารสื่อซึ่งเป็นสารสื่อประสาทสำคัญเชื่อมโยงระหว่าง thalamus และ motor cortex ; นอกจากนี้ยังพบพันธุ์ใหม่4ชนิดเกี่ยวข้องเครือญาติกับต้นAloe vera ต้นว่านหางจรเข้ที่ปัจจุบันนำมาใช้ทางอุตสาหกรรมเครื่องสำอางค์และเภสัชกรรม
กลุ่มที่ให้เนื้อไม้   ให้ประโยชน์ทางเนื้อไม้นำไปใช้สร้างบ้านที่อยู่อาศัยและเฟอร์นิเจอร์
กลุ่มพวกเครื่องเทศ พบพันธุ์สกุล Salvia พืชที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลได้โดยนำไปใช้แทนน้ำตาลสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน  หากสนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมจากเอกสารที่อ้างอิง

เรียบเรืยงและอ้างอิงจากNew Plant Species Discovered in 016:https://stateoftheworldsplants.com/2017/new-plant-discoveries.html

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Tomatillo โทงเทงแม๊กซิกันพืชยุคห้าสิบล้าน ปีก่อน

ในปีค.ศ.2017 นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า ณ บริเวณ.Patagonian ส่วนหนึ่งของประเทศอาเจนตินาได้ค้นพบซากฟอสซิลของพืช Tomatillo ที่รู้จักกันในนาม Maxican husk tomato (ผู้เขียนขอเรียกชื่อไทยว่า โทงเทงแม๊กซิกัน) ต้นพืช Tomatillo นี้มีชื่อพฤษศาสตร์ว่า Physallis  philadilphica เป็นพืชสกุล (genus)เดียวกับ โทงเทง ซึ่งเป็นสมุนไพรของไทยแต่คนละสปีชีส์(specie)แต่พืชทั้งคู่อยู่ในวงศ์เดียวกันคือวงศ์มะเขือ Solanocea  จากซากฟอสซิลของมัน นักวิทยาศาสตร์คำนวณว่ามันมีอายุ 52 ล้านปีก่อนปัจจุบัน(หลังไดโนเสาร์สูญพันธ์ไปแล้ว ไดโนเสาร์สูญพันธ์เมื่อ 163-65 ล้านปีก่อน)นั้นหมายความว่า พืชวงศ์มะเขือเป็นพืชที่เก่าแก่ที่สุดที่ปรากฏบนพื้นโลก

Tomatillo มีถิ่นกำเนิดเริ่มแรกที่แม็กซิโกมีความสำคัญต่อชนเผ่ามายาและอาณาจักรแอซเต๊ก Aztecsแล้วแพร่หลายนำมาปลูกในยุคโคลัมเปียน Columbian era จนเป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกากลางตลอดทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกาเหนือ จนกลายเป็นสินค้าส่งออกไปทั่วโลก ปีค.ศ.1950 ไปถึงอินเดียสามารถเพาะปลูกขึ้นที่รัฐราชสถาน Rajasthan และรัฐควีนแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย,ที่โปโลคเวน Polokvean อาฟาริกาใต้และที่เคนย่า ในสหรัฐอเมริกาปลูกที่แคลิฟอเนีย,ไอโอว่า นักวิทยาศาสตร์สหรัฐส่งเสริมพัฒนาสายพันธ์อื่นๆต่อไป
ประโยชน์ ของ Tomatillo เป็นวัตถุดิบ,ส่วนผสมหลักในการประกอบปรุงอาหารแม็กซิกันเป็นเครื่องชูรส ผลให้รสเปรี้ยวจัด พวกผลสีม่วง-แดงมักจะให้รสหวานเล็กน้อยส่วนพวกผลสุกสีเขียวและเหลืองมักใช้ทำแยมjam ผลของมันมีปริมาณสารเพ็คติน pectin สูง(เพ็คติน pectinสารเหนียวหนืดใช้ผสมยาเครื่องสำอางค์)ผลสุกเต็มที่เก็บไว้ในตู้เย็นได้นานสองอาทิตย์ แต่ถ้าเอาเปลือกแข็งออกบรรจุในถุงพาสติกปิดสนิทเก็บได้นานกว่า ต้นไม้นี้สูงประมาณ4เมตรยืนตรงหรือไม่ก็หมอบแพร่ออกกว้างปะปรายไม่หนาแน่น ขอบใบหยักเป็นซี่หรือไม่ก็เรียบ ดอกมีได้หลายสี เช่น สีขาว,เขียวอ่อน,เหลืองสดบางทีก็ม่วง ส่วน โทงเทงของไทยนั้นมีชื่อฤษศาสตร์ว่า Physalis  angulate L.ชื่ออื่นที่เรียกกันคือ ต๊อมต๊อก,โคมจีน,โคมญี่ปุ่น...เป็นพืชล้มลุกออกเป็นพุ่มสูง 30-40 เซนติเมตร ลำต้นเป็นเหลี่ยมสีเขียวอ่อน มีน้ำ ใบเป้นใบเดี่ยวสีเขียวอ่อนออกเรียงสลับตามข้อกิ่ง โคนใบมน ปลายใบแหลม ขนาด 3-6เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อก้านดอกสั้นแทงออกตามซอกใบลำต้นข้อ ดอกมีกลีบดอกสีเหลืองอ่อน กลีบดอกเชื่อมติดกันแยกออกเป็นห้าแฉกลักษณะคล้ายโคมไฟ ผลมีลักษณะกลมเรียบมัน ประกอบด้วยกลีบรองดอกหุ้มผลกลีบหุ้มมีลักษณะเป็นแผ่นบางเชื่อมติดเป็นเหลื่ยม ผลอ่อนมีกลีบรองดอกเมื่อแก่จะแห้งสีน้ำตาลแตกออกเห็นผลสีเหลืองอมส้มผิวมันด้านในมีเมล็ดรูปกลมแบนจำนวนมาก สารสำคัญที่พบในต้นโทงเทงมีมากมายอีกทั้งสรรพคุณทางยาก็มีมากเชิญท่านหาอ่านได้จาก เว็ปไซค์อื่นๆต่างๆ ดังเช่น.. https://medthai.com/โทงเทงไทย

http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_27_2.htm และอีกมากมาย     
อ้างอิง.." Eocene lantern fruits from Gondwanan Patagonia and the early origins of Solanaceae"(http://science.scienemag.org/content/355/6320/71.full) 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พลังสมองจากการเรียนรู้ภาษามากกว่าหนึ่งภาษา


     ที่รัฐยูท่าห์สหรัฐอเมริกาเด็กนักเรียนประถมกำลังสนุกสนานกับการเรียนร้องอ่านพูดภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาแม่ของตน อย่างเช่น ฝรั่งเศล สเปน จีน หรือโปตุเกส เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมศึกษาภาษาที่แน่วแน่เอาจริงมากที่สุดของสหรัฐอเมริกา โปรแกรมนี้เริ่มต้นเมื่อปีคศ.2009 เริ่มด้วยนักเรียน1400คนในโรงเรียน75แห่งแล้วขยายตัวไปถึง100  มีเด็กเข้าเรียนถึง 20,000คนในปี2013ราวร้อยละ 20ของโรงเรียนชั้นประถมในรัฐยูท่าห์ ผู้ประสงค์จะเข้าโปรแกรมนี้สมัครตามพื้นที่ของตนที่โรงเรียนตั้งอยู่ การคัดเลือกโดยจับฉลากการเข้าศึกษาโปรแกรมนี้ต้องเรียนเหล่าวิชาที่เรียนในแต่ละวัน ครึ่งหนึ่งเรียนเป็นภาษาใหม่ อีกครึ่งเรียนเป็นภาษาอังกฤษ

       ความคิดที่เปิดสอนโปรแกรมศึกษานี้ขึ้นมานั้นเพื่อเกิดประโยชน์สร้างจิตใจที่ฉลาดว่องไวของเด็กชายหญิงในช่วงเวลานั้นมีผลการวิจัยหลายแห่งแสดงออกมาว่า สมองของคนที่เรียนรู้ภาษาได้มากกว่าสองภาษาจะแตกต่างและดีกว่าคนที่รู้ภาษาเดียว ผู้ที่สามารถใช้ภาษาหลายภาษาย่อมดีกว่า พวกเขาทำงานได้คล่องแคล่วไวกว่าโดยเสียพลังงานน้อยกว่าในการเจริญเติบโตมีอายุขึ้นด้วย พวกเขาสามารถรักษาสมรรถนะการเรียนรู้องค์ความรู้ได้นานเลื่อนภาวะสมองเสื่อมและการเกิดอาการหลงลืม(อัลไซเมอร์)ยืดออกไป
      การรับรู้จากการฟังของมนุษย์จะเริ่มต้นทำงานตั้งแต่เป็นทารกสามเดือนแรกและสิ่งที่เสียงดังที่สุดที่ทารกได้ยินก็คือเสียงของแม่ ไม่ว่าจะพูดภาษาไหนก็ตามเสียง สำเนียง จังหวะของแม่ที่ออกมานั้นไหลสื่อตรงไปยังสมองของทารกและทำให้เกิดความคุ้นเคยหมายรู้อย่างง่ายดาย
ภาพการพัฒนาของสมองในส่วนของSENSES,HIGHER COGNITION,LANGUAGE ตามอายุตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา
ภาพจาก  TIME Magazine July29,2013


            เมิ่อปี ค.ศ.2012นักจิตวิทยาสวีเดนแห่งมหาวิทยาลัยLundตัดสินใจที่จะทดสอบความคิดที่ว่าเมื่อมีระบบเรียนรู้หลายภาษาเกิดขึ้น เขาทำการแกนสมองผู้ที่เข้าชั้นเรียนในสถาบันThe Armed Forces Interpreter ที่Uppsalaก่อนเข้าเรียน ที่นั้นเด็กๆเข้าโปรแกรม เอาจริงจังสอนหนักกลุ่มหนึ่งเรียนภาษาที่พวกเด็กไม่รู้จักเลยเช่น Arabic  หรือ Dari เป็นเวลา13เดือนเปรียบเทียบกับอีกกลุ่มที่เรียนรู้การแพทย์ละวิทยาศาสตร์การเรียนรู้เป็นระยะเวลาที่เท่ากันทั้งสองกลุ่มเมื่อเสร็จคอร์สเด็กนักเรียนจะถูกสแกนสมองอีกครั้ง พบว่าในกลุ่มที่เรียนภาษาพบการเติบโตบริเวณHippocampus บริเวณนี้ช่วยบังคับควบคุมความจำในเรื่องใหม่ๆ อีกทั้งบริเวณcerebral cortex 3แห่งที่เกี่ยวกับคำสั่งเหตุผลชั้นสูงเติบโตส่วนอีกกลุ่มหนึ่งนั้นไม่มีการเปลื่ยนแปลงนักชีววิทยาชื่อ Nina Krausแห่งมหาวิทยาลัย นอร์ทเวสได้ใช้ขั้วแปะไฟฟ้าบันทึกคุณภาพการได้ยินบริเวณก้านสมองเพื่อดูพฤกติกรรมความเข้าใจของคนพวกใช้สองภาษา เธอพบว่าคนที่รู้ภาษามากกว่าหนึ่งภาษาดีกว่าพวกที่ใช้ภาษาเดียวในเรื่องของรับระดับเสียงจังหวะและไม่สับสนกับเสียงรอบข้าง
ผลที่เกิดขึ้นนี้เกิดการพิจารณากันที่ว่า สมองทำงานอย่างไรไม่ใช่มันเปลื่ยนแปลงอย่างไร  สมองคนที่เรียนรู้สองภาษาจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นมันมีจุดเชิ่อม(เซลประสาท)ที่มั่นคงเกิดขึ้น ทุกครั้งที่เราจะใช้คำสองคำเรียกสิ่งของเดียวกันนั้นเป็นการหัดให้เรามีใจจดใจจ่อภาษาในเชิงวิทยาศาสตร์เรียกว่า task switching เป็นการเตรียมพร้อมทำหลายๆสิ่งในเวลาเดียวกัน อย่างกรณีที่ทุกครั้งที่ท่านกำลังอ่านอีเมล์เกิดมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นต้องรับโทรศัพท์แล้วก็เกิดขัดจังหวะมีคนมาพบท่านสมองของท่านต้องแน่วแน่สลับติดอยู่กับไม่กิจกรรมหนึ่งก็อีกกิจกรรมอื่น มันเป็นการท้าทายยิ่งขึ้นเมื่อคุณต้องมีงานหลากหลายซึ่งไม่ได้มาแบบตามลำดับแต่เกิดพร้อมกัน     
           ความดีของสมองผู้เรียนรู้ภาษามากกว่าหนึ่งภาษาไม่ได้มีผลแค่วัยเด็กหรือวัยรุ่นเท่านั้นแต่ยังประโยชน์ไปถึงวัยผู้สูงอายุด้วย มีการประเมินจากหน่วยงาน Cognitive neuroscientist Brain Gold มหาวิทยาลัยแคนตั๊กกี้ ทดสอบกับกลุ่มผู้สูงวัยที่มีอายุระหว่าง60-68ปี ทดสอบแบบ task-switching พบว่าผู้ที่เรียนรู้ภาษาสองภาษาจะทำการทดสอบได้ดีกว่าผู้สูงวัยที่เรียนมาภาษาเดี่ยว โดยปกติทุกกิจกรรมสมองที่ผู้สูงวัยที่รู้สองภาษาใช้จะใช้พลังงานน้อยกว่าผู้สูงวัยที่เรียนภาษาเดียวแม้ว่าการรับรู้ของผู้สูงวัยจะเสื่อมลงตามอายุที่มากขึ้น แต่สำหรับผู้ที่เรียนสองภาษาจะมีค่าเฉลื่ยยาวขึ้น4.1ปีก่อนเกิดโรคสมองเสื่อมและยาวขึ้นกว่าปกติ5.1ปีก่อนเกิดอาการอัลไซเมอร์ ถ้าเช่นนั้นเราก็ควรส่งเสริมให้ลูกหลานเรียนภาษาเพิ่มขึ้นนอกจากเพียงรู้ภาษาแม่บ้านเกิดของตน
                                                                -------------------------------------------------
สกัดใจความ,แปลเรียบเรียงจาก.....The Power of  The Bilingual Brain..  TIME Magazine July29,2013

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

ธุรกิจผึ้ง (เรื่องแปล)

ธุรกิจผึ้ง The Bee Business
                                                   แปลจาก Fortune april 8, 2013


 ภาพจากThaikasetsart.com
                          ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ผึ้งหลายพันล้านตัวได้ถูกเคลื่อนย้ายขนส่งภายในกล่อง?โลหะบรรจุอยู่ในรถกึ่งลากจูง ผู้เลี้ยงผึ้งทั้งหลายม้วนเก็บรังผึ้งออกจากกล่องไม้สีขาวที่เดินทางมาระยะทาง๖๐๐ไมล์แล้วปล่อยมันออกในที่ดินหนึ่งเอเคอร์ พวกมันบินแพร่ครอบคลุมแถบหุบเขาบริเวณแคลิฟอร์เนีย-กลางเหมือนกับผ้านวมที่ส่งเสียงหึ่งๆ      มันเป็นการรวบรวมฝูงผึ้งให้น้ำหวานที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาที่นี่เพียงเพื่อลูกนัท (ลูกอัลมอนด์)
                          ต้นอัลมอลด์นำพันธ์มาจากยุโรปเหมือนผึ้งนั้นแหละ ปัจจุบัน ๘๐% ของผลผลิตอัลมอนด์ทั่วโลกปลูกได้ที่นี่(แคลิฟอร์เนีย-กลาง)  ตลาดราคาลูกนัทมีร่คาสูงขึ้นเป็นสามเท่าจากปี คศ.1996 จากราคา ปอนด์ละ96 เซนต์เป็น 3.50 เหรียญสหรัฐ  เกษตรกรชาวแคลิเฟอร์เนียผู้ปลูกอัลมอนด์ผลิตได้2พันล้านปอนด์ในปีที่ให้ผลผลิตดี และตลาดอุตสาหกรรมอัลมอนด์ในแคลิฟอร์เนีย มีมูลค่าประมาณ 3พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปีโดยเริ่มจากผึ้งน้ำหวานมาเกาะฐานดอกอัลมอนด์ที่เพิ่งแรกบาน  ไม่มีวิธีผสมเกสรใดที่จะมีประสิทธิภาพเท่ากับใช้ผึ้งพันธ์ยุโรป
นาย ดัน คุมมิง (Dan Cumming) เกษตรกรผู้ปลูกอัลมอนด์ครอบครัวเขาเริ่มธุรกิจนี้ตั้งแต่ปี1920 ก็เป็นผู้เลี้ยงผึ้งเหมือนกัน เขาเคยทดลองใช้แมลงชนิดอื่นในการช่วยผสมเกสรแต่สู้ผึ้งน้ำหวานไม่ได้ เขาใช้ผึ้ง blue orchard bee ซึ่งทำรังบนพื้นดิน มันให้ผลไม่ดีเท่าทดแทนผึ้งน้ำหวานไม่ได้
                ความต้องการผึ้งน้ำหวานสร้างราคาให้รังผึ้งสูงขึ้น เกษตรปลูกอัลมอนด์ต้องการเช่ายืมจากผู้เลี้ยงระหว่างผสมเกษรให้ตกลูกออกผล ในราคา 155 เหรียญสหรัฐต่อระยะสั้นๆ(a pop )ประมาณ ร้อยละ 65 ของค่าการจัดการ(ผลิตอัลมอนด์)ใช้ผึ้งน้ำหวานในสหรัฐ  Cumming กล่าวว่ามันเป็น เรื่องภายในIt is the marquee event ! เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมทำน้ำผึ้ง เมื่อ 2-3 ทศวรรษก่อนค่ายืมน้ำผึ้วหวานอยู่ที่ 24 เหรียญสหรัฐ ราคาสูงขึ้นแต่ก่อนเพราะว่าผึ้งหายาก เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ผึ้งเริ่มตายเป็นสองเท่าของอัตราปกติและบางครั้งตายเร็วขึ้น เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็คือ ความสับสนในการเป็นอยู่รวมกลุ่ม CCD Colomy collapse disorder เมื่อคุณนำรวงผึ้งมาปล่อยที่สนามทุ่งสวน มันจะบินไปไกลประมาณ ทุ่งสวน มันจะบินไปไกลประมาณ 3 ไมล์ในทางใดทางหนึ่งและเมื่อมันไปเกาะฐานดอกไม้ ผสมเกสร หรือไปในที่อื่นใดที่มันแวะ อาจจะนำสิ่งปนเปื้อนติดมากับมันเมื่อกลับรัง  อุตสาหกรรมเลี้ยงผึ้งสำคัญกับเรามาก (อุตสาหกรรมปลูกอัลมอนด์)ที่มีส่วนปรุงแต่งรสอาหารบางชนิด ดังนั้น ปล่อยให้ผึ้งเลี้ยงตัวเองแบบสมดุล  คุมมิง (Cumming) กล่าว และเราจะได้ผึ้งสุขภาพที่ดี ผึ้งก็เหมือนมนุษย์ ต้องการความสมดุลย์(ความพอเพียง)

         -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------